LINE : @DATA1 LINE : @DATA2

การเดินเงินปัจจัยในการชนะคาสิโน

การเดินเงินคือปัจจัยสำคัญในการเอาชนะคาสิโนออนไลน์

การเดิมพันกับคาสิโนออนไลน์ ไม่ว่ารูปแบบไหนก็ตามปัจจัยหนึ่งที่ถือว่าสำคัญไม่แพ้การเข้าใจรูปแบบการเดิมพันนั่นก็คือ การเดินเงินให้เป็นระบบซึ่งรูปแบบการเดินเงินนั้นมันก็จะต้องมีความสัมพันธ์กับต้นทุนของ ตัวเราเองว่ามีสัดส่วนของเงินทุนเท่าไหร่ และเรามีการวางแผนในการเดินเงิน ให้ถูกต้องเหมาะสมได้อย่างไร ซึ่งโดยปกติแล้วรูปแบบของการเดินเงินจะมี 2 แบบ นั่นก็คือ การวางเงินเดิมพันในอัตราเท่ากันตลอดทุกเกม  และรูปแบบของการวางเงินเดิมพันแบบเพิ่มมูลค่าของต้นทุนลงไป ซึ่งในแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเกมในแต่ละเกมที่เราเลือก เดิมพัน ซึ่งจริงๆแล้วรูปแบบการวางเดิมพันจะมีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกันในปัจจุบันนี้รูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะเป็นรูปแบบการเงินแบบ ทบไม้คูณ 2 ส่วนรูปแบบอื่นๆที่ได้รับความนิยม ซึ่งแต่ละแบบมีรูปแบบที่แตกต่าง นั่นก็คือ

เดินเงิน แบบเท่ากันทุกไม้

รูปแบบการเดิมพันด้วยลักษณะแบบเดินเงินเท่ากันทุกไม้นี้ จะเป็นการ วางเงินเดิมพันที่มีอัตราเท่ากันตลอดทุกไม้ มันมีข้อดีที่เราจะไม่สูญเสียต้นทุนไปมากกว่าที่ควรจะเป็น อีกทั้งจะช่วยเซฟ อาการหัวร้อนได้เพราะเมื่อเราวางเงินเดิมพันเท่ากันในทุกไม้มันจะทำให้เราอยู่ในเกมได้นานที่สุด เช่นมีต้นทุนในการวางเดิมพัน 1,000 บาทอาจจะวางเดิมพันแค่เพียงไม้ละ 50 บาทมันก็หมายความว่าเราสามารถที่จะวางเงินเดิมพันได้ถึง  20 ครั้งนั่นหมายความว่าเราจะต้องแพ้ ถึง 10 ครั้งจึงจะหมดต้นทุน

เดินเงิน แบบทบไม้

เป็นรูปแบบการเดิมพันการดึงเงินที่มีความหลากหลายมากกว่าสมควรเนื่องจากรูปแบบการทพไม้นั้นจะมีอยู่หลายลักษณะขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนและรูปแบบเกมที่เราเลือกเอามาเดิมพันซึ่งโดยปกติแล้วจะมีอยู่  หลาย แบบ แต่ที่นิยมเล่นกันมากจะมีสองแบบคือ

การทบไม้แบบคูณสอง

เป็นรูปแบบการเดินเงินที่จะมีการเพิ่มมูลค่าของต้นทุนลงไปเท่าตัวทุกครั้งเมื่อวางเงินเดิมพันผิดพลาด แต่ในกรณีที่เราชนะการเดิมพันจะเป็นการลงเงินไปในอัตราที่เท่ามูลค่าเดิมทุกครั้ง ซึ่งเมื่อเราเลือกที่จะวางเดิมพัน  ไปด้วยยอดเงิน 100 บาทหากชนะ  การเดิมพันก็จะลงเงิน 100 บาททุกครั้งแต่เมื่อเราแพ้เดิมพันก็จะเพิ่มมูลค่าเป็น 200 400 ซึ่งรูปแบบของการทบเงินจะเป็นรูปแบบ   1-2-4-8-16-32-64-128 แม้ว่ารูปแบบการทุบเงินด้วยรูปแบบนี้จะมีข้อดีที่จะเป็นการเรียกต้นทุนรวมกับคืนมาแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราติดติดต่อกันหลายไม้จนเกินไป มันจะทำให้เกิดผลเสียขึ้นมาได้โดยเฉพาะผู้ที่มีต้นทุนในการวางเดิมพันน้อย จะมีโอกาสเสียต้นทุนเหล่านั้นไปได้มากกว่าที่ควรจะเป็น หรือเมื่อเดิมพันไปในรูปแบบที่มีการหักค่าคอมมิชชั่นอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือไม่ได้ต้นทุนกลับมาก็เป็นได้

การทบไม้แบบเพิ่มมูลค่า

การเดินเงินในรูปแบบนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าต้นทุนไปมากกว่า เพื่อให้ได้กำไรกลับมามากกว่า 1 เท่าของสัดส่วน  แต่เมื่อเดิมพันลงไปในครั้งแรกๆ  เมื่อเริ่มวางเดิมพันครั้งแรกก็จะเป็นการเริ่มต้นด้วยมูลค่าเดิม  แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เสียพนันก็จะเพิ่มมูลค่าของ  ต้นทุนเข้าไปในอัตรา x 2 + 1  ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบ  1-3-7-15-31 ซึ่งก็คือการเอามูลค่าเดิมคูร สอง บวก หนึ่งนั่นเอง เราจะเห็นว่ารูปแบบการเพิ่มมูลค่าการเดิมพันด้วยรูปแบบนี้ จะแตกต่างกับการเดิมพันแบบทบไม้คูณ 2 ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าผลรวมของเงินทุนและกำไรที่จะเกิดขึ้น เพราะการเลือกที่จะเดิมพันแบบทบไม้คูณ 2 นั้น ไม่ว่าเราชนะที่ไม้ที่เท่าไหร่ก็ตามจะได้เงินกลับมาแค่เพียง 1 ส่วนเท่านั้น แต่การวางเดิมพันด้วยการเดินเงินแบบเพิ่มมูลค่าจะเป็นการได้กำไรเพิ่มขึ้นมามากกว่า 1 หน่วย

ซึ่งเหมาะมากที่จะวางเงินเดิมพันกับรูปแบบที่มีการหักค่าต๋ง หรือต้องเสียค่าคอมมิชชั่นเช่นวางเดิมพันกับไพ่บาคาร่าที่จะต้องวางเงินเดิมพันในฝั่งแดงหรือฝั่งแบงค์เกอร์นั่นเอง แต่ข้อเสียของมันก็คือมันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของเงินที่สูงมากพอสมควร ซึ่งอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่จะตามต้นทุนกลับมาได้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการเดินเงินด้วยรูปแบบทบเงินคูณ 2 จะมีความแตกต่างกันมากพอสมควร

การเลือกที่จะเดิมพันไม่ว่าด้วยรูปแบบไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเดินเงินเสมอหรือเราจะพลิกแพลงรูปแบบไหนมันก็ขึ้นอยู่กับ นักพนันแต่ละคนที่จะใช้กับเกมในรูปแบบใดและมีต้นทุนรวมถึงแนวทางในการเดิมพันอย่างไร แม้ว่าเรามีรูปแบบการเดินเงินที่ดี แต่เลือกเกมให้เหมาะสมการที่เราจะได้กำไรมันก็เกิดขึ้นมายาก รวมถึงหากไม่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนโอกาสที่เราจะทำเงินมันก็เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน